ทักษะประจำกาย Developer #2 – คิดเยอะขึ้นอีกนิด

เนื่องด้วยลักษณะงานของ Developer(Dev) คือการพัฒนาระบบใหม่ๆและแก้ปัญหาของผู้ใช้ (users) การพัฒณาความสามารถของเรานั้นจะต้องใช้ความคิดในการแก้ปัญหาและการต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับคนบนโลกนี้

เราต้องเพิ่มมุมมองในการมองสิ่งต่างๆ ซึ่งปกติส่วนตัวผมจะฝึกมองและคิดสิ่งต่างๆที่เจอในชีวิตประจำวันเพิ่ม 2 มุม

  1. คิดว่ามันทำได้ยังไง
  2. คิดว่าทำยังไงให้มันดีขึ้น
ยกตัวอย่าง App – LINE ยอดฮิต เชื่อว่าคนไทยเกือบทุกคนที่มี smartphone ใช้ app นี้ โดยปกติเราอาจจะโหลดมาใช้งานทั่วไป ซึ่งก็เป็นปกติอยู่แล้ว
แต่ในมุมมองของ Dev เราคิดต่อไปเลยครับ
“มันทำได้ยังไง” – ลองคิดเลยว่าระบบของ app นี้จะเป็นยังไง ประกอบด้วยอะไรบ้าง มี database หรือว่า infrastructure อะไรบ้าง การทำ User Interface(UI) ประมาณนี้ต้องเขียน Code ยังไง คิดว่าถ้าเราต้องสร้างระบบประมาณนี้จะต้องออกแบบลักษณะไหน ซึ่งการทำแบบนี้บ่อยๆจะทำให้เราได้มี Idea ดีๆเวลาที่เพื่อต้องใช้งานจริงซักวัน
“ทำให้มันดีขึ้นยังไง” – ลองคิดดูว่า app – LINE มันขาดอะไรไป เช่น จะดีกว่านี้มั้ยถ้ามันส่งไฟล์ง่ายๆไม่ได้ หรือจะดีกว่านี้มั้ยถ้ามีระบบตอบรับอัตโนมัติ
การคิดแบบนี้บ่อยๆจนเป็นนิสัย ผมเชื่อว่าจะช่วยให้ตัวเราพัฒนาขึ้น
มาเริ่มเป็นนักคิดกันเถอะ….

ทักษะประจำกาย Developer #1 – การเรียนรู้

ในโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกๆวัน ทุกสายงานทุกอาชีพนั้นจำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆเสมอเพื่อพัฒนาตัวเองให้ทันยุคทันสมัย แต่ถ้าเจาะจงมาทางสาย IT หรือ Software Development ล่ะ

มันโคตรจะเร็วเลยครับ เอาง่ายๆแค่ลองมองย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้วเราเห็นอะไรบ้าง

จาก Desktop Application => Web => Web 2.0 และมาที่ Apps

ซึ่งพื้นฐานของการพัฒนา software จริงๆแล้วก็มาจากพื้นฐานเดียวกันนั่นแหละ สิ่งที่ Developer ควรจะสนใจเป็นพิเศษคือเราควรจะต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงของกระแสหลัก เรียนรู้ขีดความสามารถของเทคโนโลยี และนำมาใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะงานของเรา

การที่ Developer นั้นยึดติดกับเครื่องมือหรือภาษาที่ใช้ในการพัฒนา software นั้น เป็นเหมือนกำแพงที่จะปิดกั้นการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง

การเรียนรู้ด้วยตัวเองในสมัยนี้ก็ง่ายจริงๆ มีทั้ง internet, e-book, youtube และะพวก online course ต่างๆ
เราอาจจะตั้งเป้าหมายว่าทุกๆเดือนเราจะเรียนรู้เรื่องต่างๆเพิ่มขึ้นก็ได้ เช่น เดือนนี้จะรู้เรื่องการเขียน app บน android, เดือนหน้าจะลองเขียนเวปด้วย nodejs, เดือนต่อไปอีกจะลองเล่น Linux ซักครั้ง

เป้าหมายในช่วงแรกอาจจะไม่ถึงขั้นเป็น expert แต่ให้เราพอที่จะมีความรู้เพิ่มเติมก็นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว

เนื่องด้วยลักษณะของสายงานของ Developer เป็นแบบนี้แล้ว ทำให้คนในแวดวงนี้อาจจะได้เปรียบคนในสายงานอื่น(มั้ง)ก็คือ เราจะตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา ….

เพลงประกอบในเกม…สิ่งที่ทำให้เกมเป็นมากกว่าความสนุก

เนื่องจากผมเป็นคนที่ชอบเล่นเกมที่เน้นเนื้อเรื่องมากกว่าความสวยงามของภาค แต่อีกด้านหนึ่งของเกมที่ผมมองว่ามันมีอะไรที่มากกว่าความสนุก นั่นก็คือเพลงประกอบที่ใช้บรรเลงในเกมในช่วงเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นได้รู้สึกอินไปกับเรื่องราวนั้นๆ

มาดูกันว่าแต่ละเพลงที่ผมชอบมีอะไรบ้าง (ไม่ได้เรียบลำดับนะครับ) 🙂

1. Nier – Ashes of Dreams

เพลงจากเกม Nier ที่เนื้อหาของเกมก็ดูมืดหม่น ชื่อเพลงก็ฟังดูแล้วก็จะเศร้าแปลว่า “เถ้าถ่านของความฝัน” แค่อินโทรด้วยเสียงเปียโนและเนื้อเรื่องภาษาฝรั่งเศสที่ผมฟังไม่ออกแต่ก็รู้สึกว่าเพราะและเศร้า

2. Xenoblade Chronicles – Main Theme

เพลงเปิดเกมที่เริ่มบรรเลงตอน Title ที่ผมเปิดครั้งแรกตอนเล่นเกมนี้ครั้งแรกก็ทำให้ต้องเปิดค้างไว้แล้วฟังเพลงจนจบไป 3 รอบก่อนจะได้เข้าเกมครั้งแรก
แบบว่าฟังครั้งแรกก็ประทับใจกับความเพราะแบบไม่มีเงื่อนไขเลย…

เปียโนกับไวโอลิน ช่างเป็นอะไรที่เข้ากันได้จริงๆ

3. Granado Espada – Granado Espada theme

เพลงเปิดเกม Online ยอดฮิตอีกเกม ส่วนตัวแล้วผมไม่เคยเล่นเกมนี้เลย แต่เคยเห็นภาพตัวอย่างแล้วสนใจดีเลยเปิด youtube ไปดูแล้วก็พบว่า เพลงเค้าแต่งไม่ธรรมดาจริงๆ

เนื่องจากว่า Theme ของเกมนี้จะออกแนวยุโรปยุคเรเนซองค์และบารอค ทำให้เพลงจะมีกลิ่นอายของแนวคลาสสิค
และแน่นอนเพลงนี้ก็เปียโนมาซะหวานเลย

4. The Last Story – Main Theme

เพลงเปิดอีกแล้ว กับ 1 ในสุดยอดเกม RPG ส่งท้ายเครื่อง wii
เพลงเปิดเกมของเกม RPG ส่วนมากจะเน้นแนวๆ เศร้าๆและดู EPICๆ ซึ่งผมล่ะชอบจริงๆ

5. The Legend of Zelda: Skyward Sword – Ballad of the Goddess

บทเพลงแห่งเทพธิดา เพลงประจำเกม Zelda ของภาคนี้ ที่ฟังแล้วรู้สึกฮึกเฮิมและ EPIC มากๆ

ว่าด้วยเรื่องการเพิ่ม Productivity ของ Developers

หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า Productivity ถ้าแปลตรงตัวเป็นภาษาไทยก็แปลว่า “ความสามารถในการผลิต”
แล้วการเพิ่ม Productivity คืออะไรในแง่ของการพัฒนา software

ผมคิดว่าหน้าที่ของ Software Engineer, Software Developer, Programmer(เรียกรวมๆว่า Developer ละกัน) ก็คือการทำให้ software ที่เป็นไอเดีย สามารถออกมาเป็น Program หรือ App ที่มันทำงานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ

การที่เหล่า Developer นั้นต้องมานั่งหน้าคอมแล้วทำงานที่ไม่เกี่ยวกับการพัฒนา software สิ่งเหล่านั้นเราควรจะคิดว่ามันเป็นสิ่ง developer ไม่ควรจะเสียเวลาด้วยหรือควรจะเสียเวลาให้น้อยที่สุด ยกตัวอย่างเช่น การประชุมโดยที่ developer ไม่มีส่วนร่วม, การทำงานเดิมๆซ้ำๆ หรือแม้กระทั่งการ copy files ทุกวัน วันละ 2-3 รอบแล้วต้องนั่งรอ

ยกตัวอย่างเช่นถ้างานทุกวันของ Developer คือการ compile source code ที่ให้เวลา 10 นาทีต่อการ compile 1 ครั้ง
วันนึง Developer ต้อง compile ประมาณ 10 รอบ หมายความว่าในแต่ละวัน Developer จะเสียเวลา compile ไป 100 นาที = 1.5 ชม กว่าๆ

ถ้า Developer มีเงินเดือน 30,000 บาท หรือประมาณ 1,500 บาทต่อวัน ( นับ 20 วันทำงาน ) หมายความว่าเราอาจจะเสียเวลาของ Developer ใช้ในการ compile code ประมาณ 300 บาทต่อวัน หรือ 6,000 บาทต่อเดือน

ถ้าเราเอาเงินจำนวนนี้มาอัพเกรดเครื่อง Computer ให้ Developer เพื่อที่จะลดเวลาจาก 10 นาทีเป็น 5 นาที หมายความว่าเราจะมีเวลาให้ developer ใช้ในการทำงาน(เขียนโปรแกรม หรือ ออกแบบระบบให้ดีขึ้น) ซึ่งจะมีประโยชน์มากกว่าการรอ compile….

คุณคาดหวังอะไรกับผลลัพธ์ใหม่กับการกระทำแบบเดิมๆ?

ipo_full

จากประสบการณ์ทำงาน programming มา
– บางที่เห็นหลายๆคน พอ program มัน compile ไม่ผ่าน เราก็พยายาม compile ซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยที่ไม่ยอมแก้ code หรือเปลี่ยนอะไรเลย
– บางทีเห็นหลายๆคน พอรัน program ได้ผลออกมาไม่ตรงอย่างที่คิด ก็พยายามรันแล้วรันอีก โดยหวังว่าผลมันจะเปลี่ยนไปตามที่ต้องการ

เรื่องของเรื่องก็คือ การที่เราใส่ Input เดิมๆเข้าไปกับระบบเดิมๆ แล้วเราหวังว่าจะได้ผลลัพธ์(output) ใหม่ มันจะเป็นไปได้เหรอในชีวิตจริง
การใช้ชิวิตหรือการทำงานก็เช่นกัน การที่คนทำงานเป็นเดิมๆซ้ำๆ แล้วคาดหวังว่ามันจะเกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น มันจะเป็นไปได้เหรอ?
ฉะนั้นถ้าคาดหวังสิ่งใหม่ๆ เราก็ควรที่จะเปลี่ยนการกระทำ นั่นก็คือการเปลี่ยน Input นั่นเอง… แล้วเราก็อาจจะเป็น output ใหม่

DON’T EXPECT NEW OUTPUT FROM THE SAME INPUT…

Credit…ยังคิดไม่ออกครับว่าได้มาจากไหน เดี๋ยวถ้านึกออกจะกลับมาแก้ไข

Dragon Quest XI กับ Multi-Platforms

343f1b5d3e13fba55d649d7162728b13

เป็นอีก 1 วันของวงการเกมที่เป็นข่าวใหญ่ที่เดียวกับการที่เกมสุดเทพของ JRPG (Japanese Role Playing Game)  นั่นก็คือ Dragon Quest XI ประกาศลงทั้ง Sony PS4 และ Nintendo 3DS โดย SQUARE ENIX

ถ้าเรามาวิเคราะห์ดูแล้วนี่คือทางรอดของธุรกิจเกมทุกวันนี้ในญี่ปุ่นที่แนวโน้มการเล่นเกมของชาวญี่ปุ่นได้เปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากที่ Smart Phone ได้เข้ามามีบทบาทให้วงการเกม

อย่างที่หลายๆคนคนรู้กันดีว่า เครื่องเล่นเกมแบบเฉพาะด้าน (Game Console) นั่นได้เข้าสู่ภาวะถดถอย เครื่องเกมรุ่นล่าสุดอย่าง PS4, Wii U  นั้นก็มียอดขายต่อสัปดาห์น้อยลงกว่ายุคก่อนหน้านั้นเป็นอย่างมาก

ซึ่งการที่เกมฟอร์มใหญ่อย่าง Dragon Quest XI นั้นประกาศลง 2 เครื่อง ของ 2  ค่ายเป็นทางเลือกที่ดูแปลก แต่ดูแล้วเป็นทางออกที่ดีทีเดียว

PS4 นั้นดูดีมีอนาคตเพราะมีเกมดังๆประกาศการสนับสนุนเยอะมาก
3DS  เครื่องเกมพกพาที่ยอด   users เยอะที่สุดในญี่ปุ่น

การทำเกมลง 2 เครื่องนี้แบบ Multi-platforms ย่อมมีโอกาสขายมากขึ้นนั่นเอง

NIGHTWISH ความสวยงามของเสียงร้องหวานๆและดนตรีเมทัล

ได้ยินชื่อวงนี้มานานมากแล้ว แต่ก็ฟังผ่านๆ

NIGHTWISH เป็นวงดนตรีแนว Symphony Metal Rock ดนตรีแนวนี้จะเน้นความเพราะของเมโลดี้ที่ฟังแล้วปุ๊บจะรู้ได้เลยว่ามันเพราะ แต่ดนตรี background นั้นจะเล่นเป็น Metal หนักๆ

ซึ่งหลังจากได้ฟังเพลง “Élan” ผมเลยคิดว่าขอเป็นสาวกวงนี้เลย 🙂

วงนี้พิเศษยังไง ก็คงต้องบอกว่าถ้าพูดถึงเพลงนี้ก็คงชอบ melody แล้วสำเนียงของเพลงที่ฟังดูแล้วมันเป็นยุโรปโบราณๆดี อารมณ์ประมาณยุคไวกิ้งได้และที่สำคัญเสียงนักร้องนำก็หวานดีเชียว

มาดูจำนวนโดเมนที่เริ่มรองรับ HTTP/2 กัน

ทางเวป isthewebhttp2yet ได้ทำ dashboard สำหรับใช้ในการเฝ้าดูและติดตามการเปลี่ยนมาใช้ HTTP/2 ของเวปต่างๆทั่วโลก

โดยจากรูปด้านล่างจะเห็นได้ว่าตอนนี้ประเทศไทยที่ทั้งหมด 6 โดเมนแล้วที่รองรับ HTTP/2

http2

ว่าแต่โดเมนไหนบ้างนะ…

เพิ่มเติม: http://isthewebhttp2yet.com/

จด domain “.com” ใน 1 นาที

maxresdefault

ความประทับใจแรกหลังจากสร้าง Blog นี้มาเลยครับ
เนื่องจากว่าผมอยากใช้ชื่อ domain ของตัวเอง ตอนที่สร้าง blog เลยเลือกใช้ชื่อ anurocha.com (มีค่าใช้จ่าย 18$ ~ 600 บาท, แพงกว่าจด domain เองอีก – -” ) หลังจากกรอกรายระเอียดบัตรเครดิตปุ๊บ คลิ๊กๆ nextๆ ไปหลังจากนั้นก็มีเมลล์ส่งมาบอกว่าใช้งาน domain ได้แล้ว….พร้อมกับยอดเงินที่โดนตัด(ฮ่าาา)

โอ้ววว..เร็วจริง เมื่อก่อน(หลายปีมาแล้ว)จำได้ว่าจดกับบริษัท Web Hosting ใช้เวลาเป็นวันเลย

ตกลงแล้ว Blog นี้เกี่ยวกับอะไร?

Blog เรื่อยเปื่อยที่ผมจะพยายามพูดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผมชอบเป็นพิเศษ ซึ่งน่าจะประกอบด้วย

  • software development – การพัฒนา software, เทคนิค หรือข่าวสารที่น่าสนใจ
  • gaming – เกม!
  • myth – เรื่องราวเกี่ยวกับนิยายและตำนานต่างๆ
  • music – เพลงนอกกระแส